SONY PLAYSTATION GAMING SOFTWARE PS5 DEATH STRANDING 2 STANDARD EDITION (Death Stranding 2: On the Beach - Standard Edition [R3/ASI]) คือผลงานเกมแอ็กชันผจญภัยเชิงปรัชญาระดับมาสเตอร์พีซบนเครื่อง PlayStation 5 จากวิสัยทัศน์ของผู้สร้างเกมระดับตำนาน Hideo Kojima ที่พร้อมพาผู้เล่นกลับเข้าสู่โลกที่ล่มสลายและตั้งคำถามกับความหมายของการ "เชื่อมถึงกัน" อีกครั้ง
เนื้อเรื่องในภาคนี้เกิดขึ้นให้หลัง 11 เดือนจากเหตุการณ์ในภาคแรก Sam Porter Bridges ได้รับคำขอจากหน่วยงานใหม่อย่าง "Drawbridge" ให้ทำภารกิจออกเดินทางเชื่อมต่อโลกที่อยู่นอกเหนือเขต UCA โดยผู้เล่นจะได้ก้าวข้ามพรมแดนเดิมไปสำรวจทวีปใหม่ๆ เช่น เม็กซิโกและออสเตรเลีย ที่อัดแน่นไปด้วยสภาพแวดล้อมอันหลากหลาย ตั้งแต่ทะเลทรายแห้งแล้งไปจนถึงป่าดิบชื้นสุดอันตราย
Specification
Death Stranding 2: On the Beach (Standard Edition) เป็นแผ่นเกม โซน 3 เอเชีย (Asia)
ข้อมูลสินค้า
Sony PS5 Death Stranding 2 : On the Beach Standard Edition
เริ่มต้นภารกิจแห่งความหวังที่ช่วยให้มนุษยชาติเชื่อมถึงกันเลยเขต UCA ไปอีก
Samและเหล่าเพื่อนร่วมทางพร้อมออกผจญภัยครั้งใหม่เพื่อช่วย มนุษยชาติจากการสูญพันธุ์
ร่วมทางไปกับพวกเขาในโลกที่ห้อมล้อมไปด้วยศัตรูจากต่างโลก อุปสรรคระหว่างทาง และคำถามที่คอยกวนใจว่า เราทุกคนควรเชื่อมถึงกันหรือไม่
อีกหนึ่งผลงานจากผู้สร้างเกมระดับตำนานอย่าง Hideo Kojima ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกอีกครั้ง
Death Stranding 2: On the Beach - การผจญภัยครั้งใหม่ของ Sam Porter Bridges
วิดีโอเกมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเต็มไปด้วยปรัชญา Death Stranding จาก Hideo Kojima คือชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง และในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลงแล้วกับภาคต่อที่ชื่อว่า Death Stranding 2: On the Beach ที่พร้อมจะพาผู้เล่นดำดิ่งสู่โลกที่ล่มสลายอีกครั้งบนเครื่อง PlayStation 5 ภาคนี้ไม่ใช่แค่การสานต่อเรื่องราว แต่คือการยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมให้ลึกซึ้งและน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
นี่คือทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสิ่งใหม่ๆ และจุดเด่นของเกมนี้
1. ระบบการต่อสู้ที่ได้รับการยกระดับจนแทบจะเป็นคนละเกม
หากคุณรู้สึกว่าการต่อสู้ในภาคแรกยังดูเรียบง่ายไป ภาคนี้จะทำให้คุณประหลาดใจอย่างแน่นอน การต่อสู้ระยะประชิด ถูกพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นและซับซ้อนมากขึ้น Sam Porter Bridges ไม่ได้เป็นแค่คนส่งของอีกต่อไป เขาสามารถ บล็อก, หลบหลีก, และสวนกลับ การโจมตีได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการโจมตีกลางอากาศที่ทำให้การต่อสู้กับศัตรูมีความเป็นแอ็กชันมากขึ้น
นอกจากนี้ การออกแบบ อาวุธ ยังเน้นไปที่การไม่ทำร้ายถึงชีวิต โดยลดบทบาทของอาวุธที่อันตรายและเพิ่มตัวเลือกในการจัดการศัตรูด้วยวิธีการอื่น ที่สำคัญคือ หากคุณสร้างศพขึ้นมา คุณสามารถนำศพไปกำจัดที่ศูนย์กระจายสินค้าได้ทันที ไม่ต้องวุ่นวายกับการนำไปเผาเหมือนในภาคแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของเกม
ระบบการ ลอบเร้น (Stealth) ได้รับการปรับปรุงให้มีความซับซ้อนคล้ายกับซีรีส์ Metal Gear Solid มากขึ้น มีการออกแบบฐานทัพของศัตรูที่มีแสงไฟส่องสำรวจและเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยในการลอบเร้นได้ดีกว่าเดิม
2. การสำรวจโลกที่กว้างใหญ่และท้าทายกว่าที่เคย
แผนที่ใหม่ที่หลากหลาย: ในภาคนี้ Sam จะไม่ได้อยู่แค่ในอเมริกาอีกต่อไป แต่จะออกผจญภัยไปยังทวีปใหม่ๆ เช่น เม็กซิโกและออสเตรเลีย ซึ่งจะทำให้คุณได้พบกับสภาพแวดล้อมและภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ทะเลทรายอันแห้งแล้งไปจนถึงป่าดิบชื้นที่เต็มไปด้วยอันตราย
ระบบการวางแผนเส้นทาง ที่ดีขึ้นเป็นจุดเด่นสำคัญอีกอย่างหนึ่ง แผนที่ในเกมถูกปรับปรุงให้แสดงข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น คุณสามารถวางแผนเส้นทางได้ละเอียดถึง 10 จุด และแผนที่จะแสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น ภูมิประเทศที่ยากลำบาก, อันตราย, และจุดลาดตระเวนของศัตรู ทำให้การเตรียมตัวก่อนเดินทางมีความสำคัญมากขึ้น
อุปกรณ์และโครงสร้างใหม่ๆ เป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจ มีอุปกรณ์และยานพาหนะใหม่ๆ ที่จะช่วยให้การขนส่งง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น รถบรรทุกใหม่, แพลตฟอร์มลอยน้ำ, หรือแม้แต่ Cargo Catapult ที่ช่วยในการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ นอกจากนี้ คุณยังสามารถนำบันไดสองอันมาต่อกันเพื่อเพิ่มความยาวได้ ทำให้การข้ามอุปสรรคมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
สภาพอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางของคุณอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพายุทราย, แผ่นดินไหว, หรือน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งจะเปลี่ยนภูมิประเทศและเส้นทางที่คุณวางแผนไว้ได้ตลอดเวลา
3. เนื้อเรื่องที่เข้มข้นและการเชื่อมต่อที่เปลี่ยนไป
Death Stranding 2: On the Beach ดำเนินเรื่องราวต่อจากภาคแรก 11 เดือน Sam Porter Bridges ได้รับการว่าจ้างจากหน่วยงานใหม่ "Drawbridge" ให้ทำภารกิจเชื่อมต่อโลกอีกครั้ง แต่โลกที่เขารู้จักกำลังเปลี่ยนไป
การเชื่อมต่อที่ก้าวหน้าขึ้น: ในภาคนี้การจัดส่งสินค้าส่วนใหญ่ถูกจัดการด้วยหุ่นยนต์ไร้คนขับ ทำให้ Porter อย่าง Sam ตกงาน การเกิดขึ้นของ "Plate gates" หรือประตูข้ามทวีปก็เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เชื่อมโยงทวีปต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งจะเป็นแกนหลักของเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
Corpus คือเมนูใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อรวบรวมข้อมูล, Lore, และเรื่องราวในเกมไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้เล่นสามารถย้อนกลับไปอ่านและทำความเข้าใจเรื่องราวที่ซับซ้อนได้อย่างง่ายดาย
4. Social Strand System ที่ยังคงโดดเด่นไม่เหมือนใคร
ถึงแม้จะเป็นเกมเล่นคนเดียว แต่ Social Strand System คือหัวใจหลักที่ทำให้ Death Stranding แตกต่างออกไป ในภาคนี้ ระบบดังกล่าวยังคงอยู่และได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น ผู้เล่นสามารถช่วยเหลือกันและกันได้ด้วยการ สร้างโครงสร้างต่างๆ เช่น สะพาน, บันได, หรือป้ายเตือนภัย ซึ่งจะไปปรากฏในโลกของผู้เล่นคนอื่น และคุณยังสามารถ บริจาคสิ่งของ หรือช่วยซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหายได้
การเชื่อมต่อกับผู้เล่นคนอื่นๆ ทำให้การเดินทางของคุณไม่โดดเดี่ยว และยังช่วยให้การผจญภัยในโลกที่โหดร้ายนี้มีความหมายมากยิ่งขึ้น
5. คุณภาพชีวิต (Quality of Life) และกราฟิกที่เหนือชั้น
เกมนี้ใช้ขุมพลังของ PlayStation 5 ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ภาพกราฟิกสวยงามและสมจริงยิ่งกว่าเดิม รายละเอียดของสภาพแวดล้อม, ตัวละคร, และเอฟเฟกต์ต่างๆ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีต
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงคุณภาพชีวิตในเกมอื่นๆ เช่น ระบบสกิลและอัปเกรด ที่ปรับปรุงใหม่ให้คุณสามารถอัปเกรดความสามารถของ Sam ได้ตามสไตล์การเล่น และในบางฉากคัตซีน คุณสามารถเลือก ตัวเลือกบทสนทนา เพื่อให้การเล่าเรื่องมีความหลากหลายมากขึ้น